วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การดูแลรักษาแอร์รถยนต์

หาสาเหตุอาการแอร์เสียด้วยตนเอง ตอนที่ 1

สาเหตุและการแก้ไขอาการเสียของระบบปรับอากาศรถยนต์

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่เข้ามาเยี่ยมชมบทความของทางบริษัทสง่ามอเตอร์ ที่ผ่านมาทางเราได้

พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบแอร์รถยนต์ที่เป็นประโยชน์มาฝากผู้ใช้รถยนต์ ทางสง่ามอเตอร์ได้รับคำถามมากมาย

เกี่ยวกับอาการเสียต่างๆของแอร์รถยนต์ ดังนั้นทางสง่ามอเตอร์จึงหาสาเหตุและการแก้ไขที่มักจะเกิดกับแอร์รถยนต์มาฝากกัน

เพื่อที่จะได้เข้าใจสาเหตุของปัญหาเบื้องต้นด้วยตนเองว่าอาการต่างๆ เกิดจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร

จะได้ช่วยกันแนะนำหรือบอกต่อ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถท่านอื่น คุณก็เป็นช่างแอร์คนเก่งได้เหมือนกันครับ

อาการเสียโดยทั่วไปมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักคือ 1. ระบบไฟฟ้า 2. ระบบทางกล 3. ระบบน้ำยา

หากมีข้อส่งสัยเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามมาทางร้านได้ยินดีรับใช้เหมือนเดิมครับ

1.เครื่องปรับอากาศไม่เย็น

สาเหตุจากระบบไฟฟ้า

สาเหตุ

การแก้ไข

1. ฟิวส์ขาด

1. เปลี่ยนฟิวส์ใหม่

2. สายขาดหรือจุดต่อหลวม

2. ต่อสายหรือเปลี่ยนสายใหม่

3. ขดลวดของ " คลัทซ์" ขาด

3. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

4. เทอร์โมสตัทเสีย

4. เปลี่ยนใหม่

5. มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นเสีย

5. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

สาเหตุจากระบบทางกล

สาเหตุ

การแก้ไข

1. สายพานลื่นหรือขาด

1. เปลี่ยนสายพานใหม่

2. คอมเพรสเซอร์ล็อค

2. ซ่อมหรือเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

3. มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นล็อค

3. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

สาเหตุจากระบบน้ำยา

สาเหตุ

การแก้ไข

1. ท่อน้ำยาแตก , หลวมหรือรั่ว

1. เปลี่ยนท่อน้ำยาใหม่

2. มีการรั่วซึมของน้ำยาในระบบ

2. ตรวจหาจุดรั่วและทำการซ่อม

3. ซิลเพลาของคอมเพรสเซอร์รั่ว

3. เปลี่ยนใหม่

4. รีซีฟเวอร์-ดรายเออร์ตัน

4. เปลี่ยนใหม่

5. เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วตัน

5. ล้างทำความสะอาดใหม่

6. ลิ้นคอมเพรสเซอร์เสีย

6. เปลี่ยนใหม่

7. เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วเสีย

7. เปลี่ยนใหม่

2. เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นไม่พอเพียง

สาเหตุจากระบบไฟฟ้า

สาเหตุ

การแก้ไข

1. มอเตอร์พัดลมไม่มีแรงหรือหมุนช้า

1. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

2. คลัทช์แม่เหล็กลื่น

2. ตรวจแรงดันไฟฟ้าถ้าใช้ได้ให้เช็คคลัทช์

3. คลัทช์ตัดต่อบ่อยเกินไป

3. เช็ดเทอร์โมสตัท ถ้าเสียให้เปลี่ยนใหม่

สาเหตุจากระบบทางกล

สาเหตุ

การแก้ไข

1. คลัทซ์แม่เหล็กลื่น

1. ตรวจแรงดันไฟฟ้าถ้าใช้ได้ให้เช็คคลัทช์

2. ปริมาณลมเย็นน้อยผิดปกติ

2. อีวาโปเรเตอร์ (ล้างและทำความสะอาด)

3. คอนเดนเซอร์ระบายไม่ดี

3. ทำความสะอาดคอนเดนเซอร์หรือติดพัดลมช่วย

4. เปิดช่องระบายอากาศในรถทิ้งไว้

4 .ปิดช่องระบายอากาศ

5. กลไกการทำงานของเทอร์โมสตัทเสีย

5. เปลี่ยนเทอร์โมสตัทใหม่

สาเหตุจากระบบน้ำยา

สาเหตุ

การแก้ไข

1. มีน้ำยาอยู่ในระบบน้อยเกินไป

1. เติมน้ำยาเข้าระบบให้ได้ตามเกณฑ์

2. กระเปาะรับอุณภูมิของ ที.อี.วี.หลวม

2. ทำความสะอาดและยึดใหม่ให้แน่น

3 .รีซีฟเวอร์-ดรายเออร์สกปรก

3. เปลี่ยนใหม่

4. เอ็กซ์แพนชั่น วาล์ว สกปรก

4. ล้างทำความสะอาดใหม่

5. มีความชื้นอยู่ในระบบ

5. เปลี่ยนรีซีฟเวอร์-ดรายเออร์และชาร์จน้ำยาใหม่

6. มีอากาศอยู่ในระบบ

6. ปล่อยน้ำยาเดิมทิ้ง และชาร์จน้ำยาใหม่

7. มีน้ำยาในระบบมากเกินไป

7. ปล่อยน้ำยาทิ้งจนได้ตามเกณฑ์

8. เทอร์โมสตัทเสีย

8. เปลี่ยนเทอร์โมสตัทใหม่

3. เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นไม่สม่ำเสมอ

สาเหตุจากระบบไฟฟ้า

สาเหตุ

การแก้ไข

1. มอเตอร์พัดลมเสีย

1. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

2 .ขดลวดคลัทช์เสีย

2. ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

3. แปลงถ่านของคลัทช์สึกหรือชำรุด(ถ้ามี)

3. เปลี่ยนใหม่

4. ต่อกราวด์ของคลัทช์หรือพัดลมไม่แน่น

4 .ต่อใหม่ให้แน่น

5. จุดต่อสายไฟหลวม

5. เช็คและต่อใหม่ให้แน่น

สาเหตุจากระบบทางกล

สาเหตุ

การแก้ไข

1. คลัทช์แม่เหล็กลื่น

1. เปลี่ยนคลัทช์ใหม่ (ถ้าระบบไฟฟ้าปกติ)

สาเหตุจากระบบน้ำยา

สาเหตุ

การแก้ไข

1. มีความชื้นอยู่ในระบบ

1. เปลี่ยนรีซีฟเวอร์-ดรายเออร์ใหม่

2. เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วทำงานไม่ถูกต้อง

2. เปลี่ยนใหม่

3. เทอร์โมสตัทเสีย

3. เปลี่ยนใหม่

4. มีเสียงดังขณะเครื่องปรับอากาศทำงาน

สาเหตุจากระบบไฟฟ้า

สาเหตุ

การแก้ไข

1. จุดต่อสายไฟคลัทซ์หลวม

1. ต่อใหม่ให้แน่น

2. ขดลวดของคลัทซ์เสีย

2. เปลี่ยนใหม่

สาเหตุจากระบบทางกล

สาเหตุ

การแก้ไข

1. สายพานหลวมหรือชำรุด

1. ปรับหรือเปลี่ยนสายพานใหม่

2. มีเสียงดังจากคลัทช์

2. เช็คคลัทช์แม่เหล็ก และซ่อมหรือเปลี่ยน

3. สกรูยึดคอมเพรสเซอร์หลุดหรือหลวม

3. ยึดสกรูใหม่ให้แน่น

4. ระดับน้ำมันในคอมเพรสเซอร์ต่ำ

4. เติมน้ำมันให้ได้ตามเกณฑ์

5. ยึดใบพัดลมกับแกนมอเตอร์ไม่แน่น

5. ยึดใหม่ให้แน่น

6. ใบพัดลมสีกับเปลือกครอบ

6. ถอดและปรับตั้งใหม่

7. ลูกปืนคอมเพรสเซอร์เสีย

7. เปลี่ยนใหม่

8. ลูกปืนเร่งสายพานเสีย

8. เปลี่ยนใหม่

9. ยึดชุดคอยล์เย็นไม่แน่น

9. ยึดใหม่ให้แน่น

สาเหตุจากระบบน้ำยา

สาเหตุ

การแก้ไข

1. ชาร์จน้ำยาเข้าระบบมากเกินไป

1. ปล่อยน้ำยาออกจนได้ความดันตามเกณฑ์

2. มีความชื้นอยู่ในระบบ

2. เปลี่ยนดรายเออร์

3. มีน้ำยาอยู่ในระบบน้อยเกินไป

3. เติมน้ำยาเข้าระบบตามเกณฑ์

เคล็ดลับการเลือกซื้อคอมแอร์รถยนต์

ก่อนอื่นควรทราบถึงชนิดของคอมแอร์รถยนต์กันก่อน คอมแอร์รถยนต์สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. คอมเก่า หมายถึง คอมใช้แล้ว(ทั้งในประเทศและนอกประเทศ) นำมาซ่อมและตรวจเช็คใหม่ โดยเปลี่ยนอะไหล่บางส่วน เช่น ยางโอริง ลูกปืน ฯลฯ และตรวจเช็ค แรงดัน, การรั่วซึมบริเวณต่างๆ ของตัวคอม หลังการตรวจแล้ว ไม่ได้ทำสีให้เหมือนคอมใหม่แต่สภาพพร้อมใช้งาน ปัจจุบันเป็นที่นิยมของช่างแอร์เพราะ

มีรับประกันและได้รับการตรวจเช็คแล้ว จึงมีสภาพที่ไม่ต่างจากคอมนอกมากนัก ร้านอะไหล่บางร้านจึงขายเป็นคอมนอก หรือคอม เซียงกงให้แก่ลูกค้า ส่วนด้านราคาคอมเก่า กับคอมนอก อาจไม่แตกต่างกันมากนักแต่คอมเก่าจะได้รับการตรวจเช็คมาแล้วก่อนจึงนำมาขาย ส่วนคอมนอกเป็นคอมที่ไม่มีการตรวจ หรือซ่อมมาเลย สำหรับผู้ใช้รถที่ต้องการเลือกซื้อเองควรเลือกซื้อกับร้านที่มีการรับประกัน และมีอะไหล่พร้อมที่จะซ่อมหรือเปลี่ยนทันทีเมื่อมีปัญหา

2. คอมนอก หรือ คอมเซียงกง หมายถึงคอมนำเข้าจากต่างประเทศที่ติดมากับเครื่องยนต์บ้างหรือมาเป็นเฉพาะคอมแอร์จำนวนมากๆบ้าง ทั้งหมดจะไม่มีการตรวจเช็คในการเลือกจะใช้วิธีหมุนดูกำลังอัดและฟังเสียงเอาเท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์พอสมควรในอดีตส่วนมากคอมประเภทนี้มักมาจากประเทศญี่ปุ่น มีสภาพดี พร้อมใช้งาน มักจะไม่มีปัญหา เพราะเป็นคอมที่ติดกับเครื่องยนต์เข้ามา มีให้เลือกมากมายราคาถูก แต่ในปัจจุบันนี้ คอมนอก หรือ คอมเซียงกง นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ได้มีจากประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวแล้ว บ้างส่วนนำเข้ามาจาก เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และอเมริกัน เป็นต้น ซึ่งคุณภาพของคอมแอร์จะแตกต่างจากของญี่ปุ่นมากพอสมควร ประกอบกับคอมที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นก็มีจำนวนน้อยลง (เพราะมีหลายประเทศไปแย่งซื้อที่ประเทศญี่ปุ่น) และคุณภาพไม่ดีเกือบทุกลูกเหมือนก่อน ต้องใช้ความชำนาญและระยะเวลาในการคัดพอสมควรถึงจะเจอสภาพดีๆ

และที่สำคัญ คอมแอร์ที่ใช้กับรถยนต์บ้านเราไม่ได้มีของนอกทุกรุ่น เพราะปัจจุบันรถบางรุ่นมีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีในประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นๆ เช่น TOYOTA VIGO, MIGHT-X, ISUZU D-MAX และอื่นๆ เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อคอมเซียงกงในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงกว่าในอดีตมาก ควรให้ช่างแอร์เป็นผู้เลือกหรือคัดด้วยตนเองเพื่อป้องกันการผิดพลาด หรือเลือกซื้อร้านที่มีการรับประกัน

3. คอมรีบิ้ว หรือ คอมบิ้ว หมายถึง คอมใช้แล้วนำมาซ่อมและตรวจเช็คใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนอะไหล่ของใหม่ทดแทน ชิ้นส่วนที่มีสึกหรอมาก ทั้ง ลูกปืน, เพลดวาล์ว หรือแม้กระทั้งลูกสูบ ทำสีให้สวยงามเหมือนของใหม่(โดยลูกค้าส่วนมากไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นของบิ้วหรือของใหม่) ขายรับประกัน ประมาณ 3 เดือน ในอดีตมักใช้คอมนอก หรือคอมเซียงกงเพราะราคาถูกและคุณภาพดี ตรวจเช็คไม่มาก ก็สามารถใช้งานได้ดี ในผู้ขายบางรายก็นำคอมเก่าที่ไม่มีการตรวจเช็คมาทำสีให้ดูใหม่แล้วขายเพื่อหวังกำไร จึงทำให้ลูกค้าบางราย เจอกับคอมบิ้วสภาพด้านนอกสวยงามแต่คุณภาพแย่ แต่สำหรับคอมบิ้วทางร้านของเราได้มีการคัดแยกเกรดคุณภาพของคอมที่จะนำมาเป็นคอมบิ้ว และคอมเก่าจึงทำให้มั่นใจได้ว่าคอมบิ้วของเราจะมีคุณภาพในการใช้งานได้ดี ซึ่งในปัจจุบันคอมนอกหรือเซียงกง อาจไม่ได้มีสภาพดีเหมือนในอดีตแล้ว (ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น) ในการทำคอมบิ้วให้มีคุณภาพต้องใช้เทคนิค, เครื่องมือต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ และความชำนาญ ในการตรวจเช็คเพื่อให้ได้คอมที่มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งาน สำหรับการเลือกซื้อไม่สามารถดูจากภายนอกได้เพราะส่วนมากมีสีสันที่สวยงาม ต้องดูแรงดัน หรือเลือกซื้อกับร้านที่มีความชำนาญในการซ่อมพร้อมทั้งมีอะไหล่ และมีการรับประกัน

4. คอมใหม่ ในปัจจุบันมีมากมายหลายบริษัท ทั้งคอมใหม่แท้จากโรงงานโดยตรง หรือคอมใหม่เข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน, เกาหลี และไต้หวัน เป็นต้น ส่วนคุณภาพก็ต้องยกให้คอมใหม่แท้เป็นที่หนึ่ง ส่วนคอมใหม่นำเข้ามีคุณภาพที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับโรงงานที่ผลิตว่ามีการใช้อะไหล่ที่มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ส่วนราคามีความแตกต่างกันพอสมควรขึ้นอยู่กับราคาคอมในแต่ละรุ่น บางรุ่นมีความแตกต่างกันหลายเท่าตัวทีเดียว ส่วนปัจจุบันคอมนำเข้าก็มีการพัฒนาคุณภาพมากพอสมควรเหมือนกับเครื่องใช้ต่างๆ ทั้ง TV จอแบบ , ตู้เย็น แม้กระทั้งคอมพิวเตอร์ ที่พวกเรานิยมใช้ที่สามารถผลิตได้ที่ จีน เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเลือกซื้อควรเลือกซื้อร้านที่มีการรับประกันเพื่อความอุ่นใจเพราะของใหม่ยังไง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เหมือนรถยนต์ใหม่บ้างรุ่นซื้อมาแล้วมีแต่ปัญหาจนต้องขายทิ้งเลย

สาระน่ารู้คู่คนใช้รถ CRV

วันนี้เรามีสาระน่ารู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนใช้รถ HONDA CRV สำหรับรถยนต์ทั่วไปพอใช้ได้ประมาณ 3 ปี หรือ ประมาณ 100000 km ผู้ใช้รถต้องเอาใจใส่ดูแลระบบแอร์มากขึ้น เนื่องจากเริ่มมีปัญหาระบบแอร์ไม่มากก็น้อยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้และการดูแลและบำรุงรักษา และพฤติกรรมการขับรถยนต์ของแต่ละบุคคล ซึ่งปัจจุบันนี้สภาพแวดล้อมเป็นพิษ และอากาศร้อนขึ้น จึงส่งผลให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนัก แต่สำหรับรถ CRV ใช้คอมเพรสเซอร์แบบกันห้อยซึ่งมีข้อดีคือให้กำลังได้ดี ไม่กินกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ประหยัดน้ำมัน แต่ข้อเสียคือ เมื่อคอมฯแอร์มีปัญหาเริ่มดัง หรือกำลังอัดเริ่มลดลงมักจะซ่อมไม่ได้ เนื่องจากหาอะไหล่เปลี่ยนค่อนข้างยาก ดังนั้นท่านผู้ใช้รถควรสังเกตดูว่าคอมฯแอร์ของท่านความเย็นเริ่มเย็นน้อยลงหรือไม่ มีเสียงดังไหมเวลาเปิดแอร์ ถ้ามีเสียงเริ่มดังหรือความน้อยลดน้อยลง ควรจะหยุดใช้งานแอร์ และรีบเข้าศูนย์หรือร้านซ่อมเพิ่มเช็คดูก่อนถ้าปล่อยทิ้งไว้ระบบแอร์จะเสียทั้งระบบ จะทำให้ท่านเสียงเงินเพิ่มขึ้น

สำหรับคอมเพรสเซอร์รถ CRV ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นไป จะใช้คอมฯแอร์ HS 110R (รหัส A1-38) ส่วนสำหรับปี 1997-2001 ใช้คอม TRS 090 (รหัส A1-29)

และท่านที่ต้องการจะเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์แอร์ ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งของใหม่ เปอร์เซ็นต์ บิ้วเก่า รวมทั้งคอมดัดแปลง สำหรับการเลือกซื้อคอมฯแอร์ CRV นั้นทางร้านสง่ามอเตอร์ขอแนะนำดังนี้ 1. คอมฯแอร์ใหม่แท้หาซื้อได้ตามศูนย์ทั่วไปเท่านั้น ส่วนลูกค้าที่หาซื้อของแท้ตามร้านทั่วไปโปรดระวังอาจเป็นคอมฯแอร์ ใหม่จีน ซึ่งมีคุณภาพต่ำเนื่องจากวัสดุที่ใช้ไม่ทนทานพอ

2. คอมฯเปอร์เซ็นต์, คอมฯบิ้ว, คอมฯเก่า สำหรับคุณภาพของทั้ง 3 ประเภท ก็แตกต่างกันไป คือ คอมฯแอร์เปอร์เซ็นต์มีคุณภาพที่ดีที่สุดรองลงมาจากคอมฯแอร์ใหม่แท้เท่านั้น ตามด้วยคอมฯแอร์บิ้ว และ คอมฯแอร์เก่า ตามลำดับเวลาเลือกซื้อโปรดเลือกซื้อกับร้านที่ท่านไว้ใจได้และมีผู้ชำนาญงานให้คำปรึกษา เพราะดังที่ได้กล่าวมาแล้วคอมฯมือสองถ้าไม่มีอะไหล่เปลี่ยน หรือทักษะการซ่อมที่ชำนาญ จะส่งผลเสียให้กับส่วนอื่นๆของระบบแอร์ตามมาด้วย ทั้ง แผงคอนเดนเซอร์, คอยล์เย็น เป็นต้น

สำหรับคอมฯแอร์ดัดแปลงนั้นเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ใช้คอมฯแอร์ DENSO ซี่งเป็นชนิดลูกสูบ ข้อดีก็คือ มีความทนทานกว่าแบบ ก้นหอย สามารถซ่อมภายในและเปลี่ยนอะไหล่ได้ เมื่อมีอาการเสียไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งลูกทั้งนี้ขึ้น (อยู่กับอาการของคอมฯแอร์ว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน) และทำให้ท่านเจ้าของรถประหยัดเงินเพิ่มขึ้นได้ด้วย

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เปลี่ยนคอมฯแอร์แล้วถ้าคอมฯแอร์ลูกเดิมเสียหายมากควรเปลี่ยนแผงคอนเดนเซอร์ด้วย เพื่อจะได้ระบบแอร์มีความสมบูรณ์มากขึ้นและยึดอายุการใช้งานได้นานขึ้นเป็นปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น